| OhoFai's profileOhoFai~~We gotta FIGHT!!BlogLists | Help |
|
OhoFai~~We gotta FIGHT!!Up แล้วจ้า !!! November 26 ขี้เกียจตัวเป็นขน อ้าว! ลืมอีกแล้วว่ามีบล็อก
โอ้ยยย มาถึงก็บ่นก่อนเลย ขอทำตัวเป็นคนแก่ซักวัน
ทำไมงานมันเยอะขนาดนี้(ฟระ) จะอะไรกันนักกันหนา ประเด็นคือ ทุกงานส่งวัเดียวกันหมดเลย
แหมมมม อาจารย์ที่เคารพ คิดได้ไง
เคยมั้ย...เวลามีงานล้นมือแล้วมันก็ขี้เกียจขึ้นมาซะอย่างงั้น
เมื่อวานงานเยอะมากจริงๆ ผัดวันประกันพรุ่งเรื่อยๆจนในที่สุดได้ทำตอนสี่โมงเย็น ทำไมถึง 6 โมงเช้า
บ้าหรือดี
นั่งจนก้นใหญ่แล้ว ยิ่งนั่งยิ่งขี้เกียจอีกต่างหาก นึดถึงโฆษณากาวช้างเคนจิ ...ช่วยด้วย! กาวติดก้น!
ไม่รู้เดี๋ยวนี้ยังมีอยู่รึเปล่า
ตอนนี้เป็นโรคจิตขนาดหนักเลย เวลาเปิดอีเมล์แล้วไม่มีใครส่งมาจะดีใจสุดๆ
เพราะปกติมีมาแบบ..เออ เจอกันกี่โมงๆ หรือไม่ก็ เอ่อ นี่เป็น draft คร่าวๆ นี่เป็น slides for presentation
มันน่าเบื่อจริงๆให้ตายเหอะ
>> เทอมหน้าจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ <<
พักนี้ไม่ได้ทำอาหารเลย ของหมดสต๊อก ไอเดียไม่เหลือ
กินแต่อะไรก้ไม่รู้ ไม่ได้ให้ประโยขน์กับร่างกาย
เดี๋ยวจะกินอาหารแช่แข็งประชดขีวิตมันซะเลย กำลังลดราคาอยู่
ช่วงนี้หน้าแอปเปิ้ล กำลังลดราคาเชียว ปอนด์ละ 88cents ถูกป้ะล่ะ
ถ้าอยู่บ้านคงได้เอามาทำ apple crumble ไปแล้ว อยากทำจริงจัง
จะสอบไฟนอลอีกแล้ววววววว ข่วยด้วย
กรรมตามสนองทันทีสุดๆ คือไม่ยอมตั้งใจเรียน แล้วทีนี้ล่ะละลิตาเอ๋ย
ลางร้ายเริ่มมาทักเป็นระยะๆแล้ว โดด quiz ไปตั้ง 2 รอบ
ทำให้นึกถึงบทความเรื่องนึง ตอนนั้นใครเอามาอ่านให้ฟังในคาบภาษาไทยตอนปีหนึ่ง
เรื่อง Priority .ถ้าเราไม่รู้จักจัดการเรื่อง priority ของตัวเอง
ลำบากแน่ๆ (เช่นเราในขณะนี้นี่เอง)
อยากแต่งกลอนขึ้นมาซะงั้น.. นิราศออตตาวา
ออตตาวา เมืองอะไรช่างน่าขัน
อากาศดีอยู่ได้ไม่กี่วัน
เอ็งก็พลันเปลี่ยนไปเป็นสีเทา
แค่สี่โมงมืดครึ้มราวห้าทุ่ม
ชั้นล่ะกลุ้มมองไปชวนให้เหงา
คืดคิดดูก็อยากกลับไปบ้านเฮา
แต่ก็เอ้า! ครั้งเดียวในชีวิต
ขอลองยืนหยัดอยู่สู้ลมหนาว
ดูสาวสาวเมืองนอกใส่ขนเป็ด
ใส่เสื้อทับหลายชั้นจนเอวเคล็ด(??)
กินลูกอมซักเม็ดมั้ยน้องสาว (??????????)
จะกล่าวถึงข้อดีของที่นี่
มันก็มีอยู่บ้างขอแถลง
นั่นก็คืออากาศที่แห้งแล้ง
ท่านคงจะเคลือบแคลงว่าอย่างไร
ถ้าเกิดท่านบังเอิญทำน้ำหก
อย่าตระหนกจงทิ้งไว้และวางเฉย
บัดเดี๋ยวเดียวน้ำกองนั้นหายไปเลย
ช่างระเหยอย่างรวดเร็วเท่าความคิด
อันซุปเปอร์มาเก็ตของที่นี่
เค้ามีดีไม่น้อยสหายเอ๋ย
promotion ทุกทุก weekend เลย
เราเสบยซื้อของถูกมากักตุน
แต่ที่นี่มี tax อันแสนโหด
เราซวยโลด อด refund จ่ายไปเฉย
ที่ซื้อไป food items ทั้งนั้นเลย
ทั้งนมเนยไข่เนื้อแลซับเวย์
พล่ามไปเรื่อยด้วยความเซ็งระดับเก้า
ภาวนาให้ทันไม่ใช่สิบ
แต่มองเห็นอนาคตอยู่ลิบลิบ
คงจะฉิบห*ยได้ในไม่ช้า
หนังสือกองพะเนินเท่าภูเขา
ทั้ง handouts, lecture เรียงสลอน
ตั้งใจจะอ่านทุกวันก่อนเข้านอน
พอเห็นหมอนก็ง่วงซะงั้นเลย
เออวันนี้ได้ท่องไปใน hi5
ประหลาดใจเจอเพื่อนๆที่ห่างหาย
ไปดูรูปอ่านประวัติอย่างงมงาย
กำลังกายไม่ต้องออกกันวันนี้
เบี้ยวมาหลายวันแล้วแก้วตาเอ๋ย
เหตุไรเจ้าละเลยถึงเพียงนี้
จงกลับมาเป็นคนเดิมเถิดคนดี
สุขภาพดีต้อนรับปีใหม่เอย
จริงจริงแล้วข้าเจ้ายังไม่อยากจบ
ยังไม่ครบกระบวนความอยากเฉลย
แต่ถ้าแต่งต่อไปตายแน่เลย
รายงานเอย เปเปอร์เอย ปวดหัวจริง
เห็นที่จะต้องไปเสียทีแล้ว
ขอเกลอแก้วแวะมาใหม่ในภายหน้า
ละลิตาผู้น่ารักขอสัญญา
จะแวะมา up บ่อยๆกว่าที่เคย
แต่ละท่านล่ะเป็นอย่างไรบ้าง
หากท่านว่างช่วยคอมเม้นต์ให้เห็นหน่อย
อย่าเข้ามาแล้วจากไปแต่ลอยลอย
ใจน้อยน้อยดวงนี้ตั้งตารอ
November 10 First Presentation
เมื่อวานมีพรีเซนต์ครั้งแรก วิชา Ads&Promos จริงๆพูดนิดเดียว แต่ซ้อมประมาณชาติครึ่ง
กว่างานจะลงตัวก็มีปัญหานิดหน่อยแต่ตอนนี้ก็โอเคเบตงแล้ว มาจะกล่าวทไปถึงการทำงานของชาว
canadian ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่ต้องระดมความคิดอย่างการทำ print ad เค้าดูเหมือนจะไม่ค่อย
มีเวลาให้กันซักเท่าไหร่ เพราะบางคนต้องทำงาน บางคนเรียน เวลาไม่ตรงกัน เจอกันทีได้แค่ชั่วโมงเดียว
บางทีสิบห้านาทีเอง
ถึงเวลาพรีเซนต์ ก็แปลกอีกนะแหละ หยิบโพยมาอ่านกันปาวๆ มันแปลกดีนะ
จะบ่นอีกอย่าง เดี๋ยวนี้คนผลิตปากกาดินสอรายได้คงลดลงไปเยอะเลย ดูโพยของแต่ละคนแล้วก็printออกมา
จากคอมพิวเตอร์ทั้งนั้น อย่าว่าแต่โพยเลย ทุกวันนี้คนเริ่มเขียนdiary online กันเยอะแยะแล้ว ..ตอนเรา
พรีเซนต์ก็ตื่นเต้นพอสมควร แต่ก็ไม่มากเพราะคลาสเราเด็ก exchange เยอะ แถมนักเรียนเค้าคงชินกับ
สำเนียงประหลาดๆมาเยอะเพราะประเทศนี้เค้า multicultural อยู่แล้ว
เอ่ออ ลืมเลยว่าเขียนอะไร ..งง ..ซีเรียส นึกไม่ออก
อ๋อ นึกออกแล้ว ! เวลาทำ assignment ส่งเก็บคะแนน เค้าก็ยังไม่เขียนกันอยู่ดี จำได้เลยครั้งแรก
คือวิชา international accounting เรากับเจบรรจงเขียนใส่กระดาษอย่างงามอ้ะ มีเส้นด้วยนะ size A4
กระดาษตราช้าง elepad ของเรานั่นเอง ปรากฏว่าตอนเอาไปส่งนี่อายแทบแทรกแผ่นดินหนีเลยอ้ะ คือทุกคน
print ออกมาอย่างงาม มีหน้าปกด้วยนะ ดีที่ไม่เข้าเล่มกระดูกงูด้วย -*- ไม่เข้าจายยยยยยยยย
สุดท้ายเราต้องซึมซับวัฒนธรรมองค์กรเข้าไป ต้องprintกะเค้าเหมือนกัน แต่หลังๆนี่เริ่มกลับสู่โหมดเขียนเหมือนเดิม
โดยเฉพาะวิชาที่ต้องมีการคิดเลข ตีตารางแบบที่ excelทำไม่ได้ ก็เห็นได้คะแนนเหมือนกันนิ ไม่เปลืองหมึกด้วย
กลัวอ้ะ กลัวต่อไปคนจะเขียนหนังสือไม่เป็น จิ้มเป็นอย่างเดียว !
วันนี้ศุกร์เย็น เปลี่ยวใจ เดินไป chinatown คนเดียว ชวนใครก็ไม่มีใครไป เดินออกมาลมแรงมาก หนาวด้วย
เกือบถอดใจแล้ว แต่ก็สู้ต่อไป อิอิ ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย เป้าหมายคือ นมถั่วเหลือง ซื้อมาแล้วยังไม่ได้ลองกินเลย
พรุ่งนี้ล่ะ จะได้กินแล้ว กินกับซีเรียล สวรรค์ดีดีนี่เอง ..เมื่อไหร่จะเบื่อซีเรียลซะทีฟระ
พรุ่งนี้มีปพลนบุกทุกวุปเปอร์มาร์เก็ต เนื่องจากซีเรียลลดราคากระหน่าสุด ๆๆๆๆๆๆๆ ถูกที่สุดตั้งแต่มาถึงออตตาวา
พระเจ้าช่วย เมื่อไหร่จะถึงพรุ่งนี้ ถามว่ารู้ได้ไงว่าพรุ่งนี้ลด ..คือว่า flyer ที่นี่ของทุกซุปเปอร์เลย จะupdateทุกอาทิตย์
effective ตั้งแต่วันเสาร์ถึงวันศุกร์ แลวทุกศุกร์ก็จะมี flyer ของพรุ่งนี้ออกมา นึกออกป้ะ แล้วสิ่งที่ดีอีกอย่างของ
ที่นี่คือ สมมุติว่าเราไปซื้อแล้ว itemนั้นมันหมด เช่นอาทิตย์ที่แล้วจะไปซื้อซอสสปาเก็ตตีที่ลดราคากระหน่ำมากๆ
แต่พอไปถึงแล้วๆไม่มีของบนshelf เราสามารถไปที่ customer service ได้ แลวเอา RAIN CHECK มา ในนั้นก็จะ
เขียนไว้ว่า เราจะซื้อของนั้นได้ด้วยราคานี้ๆๆ แล้วใช้ได้ถึงวันที่เท่านี้ๆๆ ..ดีมะล่ะ..ดีเน้ออออ
ทีนี้แผนชั่วของเราล่ะ?? เราก็จะไปช้อปกันวันที่คนออกมาซื้อของเยอะๆ เพื่อหวังเอา rain check ไว้มาซื้อ
คราวต่อไปเมื่อโปรนี้หมดไปแล้ว ..เลวจริงๆ
เอ่ออ วันนี้ไปchinatownน่ะ ระหว่างเดินกลับเจอคนไทยด้วยแหละ ตื่นเต้นสุดๆ แต่ไม่ได้ทักเค้าหราก
เพราะอยากฟังว่าเค้าพูดอะไรกันมากกว่า ไม่ทิ้งวิญญาณสาระแนจริงๆเรา แล้วรู้มะว่าเค้าพูดไร คือเค้านินทาฝรั่งคู่นึงอยู่
(แหม! คนไท้ย คนไทยเนอะ) อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน แม้องพระปฏิมายังราคิน
มนุษย์เดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา เราเลยไม่อยากขัดจังหวะ แค่เดินช้าๆให้เท่าเค้าแล้วแอบฟังอยู่นั่นเอง จะว่าไปเราก็
กำลังนินทาเค้าอยู่เลยนะนี่ ...
อะ เอารูปมาให้ดู ใส่ชุดเหมือน professoinal มั้ย เวลาพรีเซนต์ต้องโปรหน่อยยย ทำท่ากระแดะดีมั้ย อีกรูปคืออาหารแช่แข็ง ซื้อเพราะลดเหลือเก้าสิบเก้าเซ็นต์เอง เป็น meatball อร่อยอ้ะ กินแล้วคิดถึงลูกชิ้นเนื้อขึ้นมาเลย อยากกก กลับบบบ บ้านนนน
October 30 ผัดพริกขิง รุ่นดึก(ดำบรรพ์)เมื่อวานมีเหตุให้ได้ไปช้อปปิ้งอย่างไม่คาดฝัน...
ตอนแรก สี่โมงเย็น สี่สิบห้านาที พวกเรานัดให้เม้งมารับเมื่อจะไป Saunders Farm ที่มี Haunted Maze
เม้งก็มาตรงเวลา แล้วพาพวกเรานั่งรถขนผักของเค้าไป ในรถก็กลิ่นหอมอบอวลอย่างที่คุ้นๆกันอยู่
ของฟรี..ห้ามบ่น นั่งไปเมาธ์ไปประมาณครึ่งชม.ก็ถึงแล้ว
มันหลอนจริงๆด้วย แค่ยังไม่ลงไปก็ขนจักกูแร้ลุกแล้ว
เจอสตรีหนึ่งนางจึ่งได้เอ่ยปากถาม
คำตอบที่ไม่อยากได้ยินก็ดังเจื้อยแจ้วมาตามสายลม(พายุชัดๆ เมื่อวานลมแรงจนเราเกือบปลิว) Sorry We're closed on Sunday night!!
ผ่าง!!!! ขอโทษขอโพยกันไปมาระหว่างเม้งกับพี่บีม เราก็นั่งคิด.. แล้วตูจะทำไรดีหว่า
แต่ด้วยความมีไหวพริบ รู้ใจหญิงสาวเหล่านี้ เม้งแล้วบอกว่าบอกว่า Let's go to WALMART
อย่าให้ได้ยินเชียว ชื่อนี้ WALMARTๆๆๆ ลัลล้า ลัลล้า มีคนไปรับไปส่งถึงที่ ช้อปให้กระจุยเลยเพื่อน
ก็นั่งรถไปร้องเพลงไป ร้องเพลงป้าเบิร์ด เม้งก็รู้จัก แถมยังรีเควส พลพล อีกตะหาก
อุตส่าห์ร้องพลพลแล้วนะ คำสามคำ เม้งก็บอกไม่เคยได้ยิน >< ฮ่วย!
ถึง WALMART ซะที แต่สาขานี้มันค่อนข้างเล็ก แต่พวกเรา ทำด้ายยยยยยยย ซื้อกันไป อะไรถูกก็ว่ากันไปตามเรื่อง
หมดไปอีก $19 แพงกว่าค่าตั๋วเข้า Farm อีกแน่ะ ฮือออ T_T
ทีนี้เม้งก็เกิดไอเดียกระฉูด บอกว่า จะไปช้อปต่อที่ร้านเค้ามั้ย
เข้าทาง!!!! อยากไป Chinatown มานานแล้วโว้ยยย เสร็จพวกเราดิ
แต่แปลก พอไปถึงก็ไม่รู้จะซื้ออะไร คือมันเป็น unexpected shopping ใครจะคิดทันว้า
สุดท้าย ได้น้ำปลามาขวด น้ำพริกเผาหนึ่งขวด เครื่องแกงผัดพริกขิงสำเร็จรูปหนึ่งกระป๋อง ถั่วฝักยาวหนึ่งแพ็ค และข้าวกล้อง
ซื้อน้ำมะขามกับน้ำสับปะรดมาด้วย ป่าป๊าเม้ง แถมให้ฟรี!! น้ำมะขามรสชาติเหมือนอามีร่าละลายแล้ว
กลับมาถึงหอโดยราชรถขนผัก(คันเดียวกับขาไปนั่นแล) สำรวจข้าวของที่ซื้อมา
ดูที่กระปุกผักพริกขิงด้วยความใจจดใจจ่อ "กรุณาดูวันหมดอายุบนฝากระป๋อง"
ไหนวะ.. หาไม่เจอ ..อ้อ! ป้ายราคาแปะทับอยู่
แงะๆๆ ออกมากรี๊ดดดดด 17 NOV 02 !!! มะมะมัน สี่ ปีมาแล้วนี่นา
น้องๆคิดว่า หนูดีควรจะทำยังไงระหว่าง..
ตัดใจแล้วทิ้งไปซะ หรือว่า... ลองเปิดดูถ้าไม่เจอหนอนถือว่าใช้ได้
"พี่แนนว่า หนูดีควรจา......."
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ข้าพเจ้าเกิดอาการอยากทำอาหารขึ้นมาอย่างร้ายกาจ
ถูกต้อง สื่งที่หยิบมาอยางแรกคือ "ที่เปิดกระป๋อง" ไม่ต้องสงสัยว่ามาทำอะไร
เอามาเปิดผักพริกขิงซิจ๊ะ ตอนเปิดก็หวั่นๆว่าจะออกมาเป็นงัยว่า ถ้ามีหนอนพุ่งเข้าปากจะทำไง
หรือถ้ามีแก๊สอันตรายเราจะตายคาห้องมั้ย
เดชะบุญ สิ่งในกระป๋องนั้นหาได้เป็นอะไรไม่ พริกแกงนั้นไซร้ดังเพิ่งออกมาจากครกของแม่ศรีสดๆร้อนๆ
ไม่รอช้า รีบคว้ากระทะจากห้องบอนนี่ หุงข้าวกล้องที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวาน
ข้าว MADE IN USA นะคะ จริงๆอยากได้ข้าวไทยอ้ะ แต่ก็อยากกินข้าวกล้อง ข้าวกล้องไทยไม่มีเลย
ไก่ กับ กุ้งในตู้เย็นยังเหลือ หั่นใส่ลงไป ซื้อพิกขี้หนุมาด้วยเมื่อวาน แล้วยังเหลือพริกหวานสีเขียวคราวที่ทพ Fajitas เหลืออยู่อีก ..โยนลงไปให้หมด
น้ำปลา น้ำตาล ก็ใส่ลงไปตามความชอบ
แหม ไม่อยากจะเมาธ์ ตอนกะลังจะเอาพริกแกงลงผัดกะน้ำมัน คนฝรั่งเศสที่อยู่ขช้างๆกะลังทำฟิเลมิยองอยู่ หอมเชียว
เจอแม่ศรีไปทีเดียว มิยองก็มิยองเหอะ แต่โชคดีไม่มีใครจามจะเป็นจะตาย ไม่งั้นราต้องรู้สึกผิดแน่เลย
คราวนี้ใส่ถั่วฝักยาวลงไปแล้วผัดนานหน่อย เพราะเราชอบถั่วสุกๆ เหี่ยวๆ
ข้าวก็หุงเสร็จแล้ว กับก็มีแล้ว ..แต่ยังไม่กิน!! เพราะเพิ่งกินข้าวเช้าไป อิ่มจะตายอยู่แล้ว
เลยเอามาใส่ ZIP LOC ไว้ก่อน ไว้กินคราวต่อไป
ข้าวหุงออกมาได้ชามใหญ่มากกก กรี๊ด ต้องกินไปอีกกี่วันฟระเนี่ย
ไม่น่าเล้ยยย ด้วยความเกียจหุงบ่อย
คิดถึงอาหารไทยจังเลยยยยยยยยยย
อยากกินกระเหรี่ยงจะแย่แล้ว เจ้าข้าเอ๊ยยย ส้มตำด้วย
อ้อ เมื่อวานซื้อลูก Rutabaga ด้วย อ่านจากหลายเวบไซต์แล้ว
เค้าบอกว่าเอามาทำส้มตำได้ไม่แพ้มะละกอเลยทีเดียว เค้าเคลือบเทียนไว้ด้วย เอาไว้ต้องลองทำดูซะหน่อยแล้ว จะเป็นไงน้า
ดุรูปประกอบกันไปพลางๆก่อนเด้อ Bon Appetite
ป.ล.ถ้าในวันสองวันนี้ไม่เข้ามาอัพบล็อก สันนิษฐานได้เลยว่า เรามีอันเป็นไปเพราะผัดพริกขิงไทม์แมชชีนอันนี้เป็นแน่แล้ว October 25 it's called Fajitas!!!!!!ชีวิตมันมีขึ้นมีลงงงงงงงฮือออออ เมื่อวาน เมื่อวานนน ทำข้อสอบไม่ได้ซักวิชา อ่านเกือบตาย แต่เวลาสอบนิดเดียว นึกไม่ออกเลย ช่างมันเหอะ เดี๋ยวคะแนนออกก็รู้
ไม่รู้นะว่าที่ฝรั่งมันออกจากห้องกันเร็วๆนี่มันทำได้หรือไม่ได้ ต้องฟิตแล้วสีเรา เหลืออีกหนึ่งวิชา ตะได้ไม่ต้องมานั่งน้ำตาเช็ดแป้นพิมพ์อยู่นี่อีก
วันนี้เลยทำการปลดปล่อยก่อนที่จะต้องดักดานอ่านหนังสืออีกวิชาที่จะสอบในวันอาทิตย์นี้ด้วยการ...
ไป sUpErMaRkEt อีกแล้ววววว อะไรจะสนุกเท่ากับการไปจ่ายตลาดจริงมั้ย
ทำอาหารที่คัน อยากจะทำมานานหลังจากที่ได้ไปกินร้าน Lone Star สุดแพงนั่น อาหารนั้นก็คืออออออ FAJITAS!!
เป็นอาหาร Mexican ที่ทำไม่ยากเลยขอแค่มี "เวลา" และศิลปะในการปรุงรสเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเท่านั้น
เราเริ่มการช้อปปิ้งวันนี้ด้วยการไปซื้อพริกหวานที่ Byward Mkt
อันพริกหวานนั้นมีหลายสี เหลือง แดง ส้ม และเขียว สีเขียวถูกที่สุด เพราะสีแดงขาย 3ลูก $2 ส่วนสีเขียว 4ลูก $1
ไม่ต้องสงสัยว่าละลิตาเลือกสีอะไร แม่บ้านสุดเค็มต้องเลือกสิ่งที่ถูกที่สุดอยู่แล้ว ..นะ
จากนั้นก็มุ่งหน้าเส้นทางเดิม คือ Loeb เราแวะเข้าไปดูว่ามีอะไรราคาถูกบ้าง แล้วไป Loblaws แล้วค่อยวนกลับมา Loeb อีกทีเพราะเป็นทางผ่าน
อ้าา มาถึง Loblaws แล้วว จุดประสงค์หลักคือมาซื้อ Salsa เพราะว่ายี่ห้อนี้ปกติแพงแต่มัน on sale ที่นี่
ต่อไปคือ seasoning ที่จะมาปรุงรสส่วนผสมหลักของเรา มี Dilemmaอีกแล้วระหว่างยี่ห้อดังซึ่งมีราคาถึง $1.59 กับ ของ Store brand 99c.
ไม่ต้องสงสัย อีกตามเคย อะฮั้นก็เลือกอันถูกสิฮ้า ด้วยข้ออ้างน่าเกลียดที่ว่า ยี่ห้อดังเมืองไทยก็มี อันนี้เมืองไทยไม่มีนะเฟร้ยยย
แล้วก็จบที่ LL แค่นั้น เพราะอย่างอื่นแพงกว่า Loeb
อ้ะ ทีนี้มาที่ Loeb กันบ้าง จริงๆอาหาร mex จะมีเครื่องเคียงอย่างนึงทำจาก avocado คือ Guacamole เราก็หาสูตรในเน็ตตั้งนานไม่มีสูตรไหนถูกใจ
จะซื้อสำเร็จรูปก็แพงและน้อยด้วย เลยใช้วิธีดูส่วนผสมข้างขวดที่มันขายสำเร็จรูปและปรุงรสตามสัญชาติญาณนักกิน
แล้วเราก็ซื้อหัวหอมสีแดง เพื่อเพิ่มสีสันให้กับอาหารของเรา อันนี้แม่บ้านยอมจ่ายแพงกว่าเพราะว่า presentation ของอาหารก็สำคัญไม่แพ้สิ่งใด
แผ่นแป้ง Tortillas ก็สำคัญ แป้งดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ยิ่งถ้าเป็นโฮลวีตด้วยแล้วจะรู้สึกว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์อะไรเช่นนี้
สอยมา 1 แพ็ค มี สิบแผ่นแน่ะ
สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือเนื้อสัตว์ ที่นิยมใช้เห็นจะเป็นเนื้อ กับ ไก่ สอยมาอย่างละแพ็ค อยากบอกว่าคนที่นี่ไม่ค่อยกินหมู
เนื้อราคาถูกกว่าหมูอีก เจ้าข้าเอ๊ย
กลับมาด้วยอาการตื่นเต้นกระดี๊กระด๊าอยากทำที่สุด ถึงกับโทรบอกเจว่าวันนี้มีการทำอาหารครั้งใหญ่ (ฉลองสอบตก) you're invited
รีบยกของไต่เขาเอเวอร์เรสไปห้องครัว ...เยี่ยม!! ไม่มีคนอยู่ จัดการหั่นพริกหวานด้วยความตื่นเต้นว่ารสชาติมันจะต่างจากสีอื่นมากป่าว
หลังจากที่สงสัยมานานวันนี้ก็ได้ข้อสรุปว่าสีนั้นมีผลต่อรสหรือไม่ ขอบอกว่า ..
"มี" สีเขียวมันเหม็นเขียวสมชื่อ ไม่หวานอีกตะหาก แถมเอามาทำอาหารก็สีก็ซีดๆ ดูเศร้าๆชอบกล นี่ไม่ได้มาจากอคติ เราไม่ให้ร้ายของถูกอยู่แล้ว ฮิฮิฮิ
จากนั้นก็หั่นหอมใหญ่ และเนื้อสัตว์ใส่ลงไปในหม้อหมักของเรา แล้วใส่ seasoning ลงไป เห็นส่วนผสมมันมีเกลือแล้วเลยคิดว่าน่าจะโอเคไม่ต้องปรุงเพิ่ม
ทีนี้มาทำ Guacamole กัน ..avocadoที่เลือกมาต้องสุก จะได้ creamy และบดง่ายๆ สังเกตจากเปลือกจะเป็นสีคล้ำๆหน่อย และกดดูจะนิ่ม
ขอเตือนคนที่คิดว่ามันผอม ...มันไม่ผอมนะจ๊ะ! แคลอรี่สูงมากกกก กล่าวคือลูกนึง 300Kcal แต่มีวิตามินอีเยอะนะ
เติมเกลือลงไปเพื่อให้บดง่ายขึ้น จากนั้นเอาส้อมมาบด จะ creamy หรือ chunky ก็ตามแต่ผู้รับประทานเถิด
จากนั้นหั่นหัวหอมกับมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็กๆกะปริมาณตามความพอใจ
จะบอกว่ามะเขือเทศควรเอาเม็ดและน้ำออก เพราะ Guacaฯ ของเราไม่ควรแฉะและมีรสมะเขือเทศมากมาย เพราะมันไม่ใช่ Salsa!
จากนั้นใส่น้ำมะนาวลงไป ไม่ต้องเปรี้ยวมากก็ได้ ไม่ใช่ยำ avocado แล้วก็เกลืออีก น้ำตาลหน่อย ดูรูปแล้วจินตนาการเอาละกันว่ารสชาติน่าจะเป็นไง 555
ใครชอบความเผ็ดร้อนซาบซ่า หั่นพริก Jalapeno ลงไปด้วย รับรอง แซ่บ!
พอเนื้อที่หมักไว้ครบเวลาแล้ว ตั้งเตา ใส่น้ำมัน และสาดโครม!
แต่คำแนะนำคือ ควรใส่เนื้อสัตรว์ลงไปผัดให้สุกก่อน เราจะได้กะความสุกและพัฒนาสีสันของเนื้อได้ว่าจะเอาเกรียมหรือน่าตาเศร้าแค่ไหน
แล้วค่อยตามด้วยผักทั้งหลายแหล่
เราลืมคิดถึง้อนี้ มัวแต่ทำตามคำแนะนำหลังซองอยู่นั่น ไม่มีวิจารณญานเลย! เลยได้ออกมาหน้าตาเศร้า
ทีนี้ล่ะ ได้ชิมซะที ...แหวะ!!!!!! ไม่อร่อยเลย มีแต่กลิ่นเครื่องเทศและรสชาติกร๋อยๆที่ออกมาจากเนื้อสัตว์ลดราคาและพริกหวานราคาถูกนั่น!
ต้องไปเรียกแม่ครัวมาช่วยอีกหนึ่งคน คือ "น้ำมันหอย ตราแม่ครัว" ผู้นี้นี่เอง!!!
ขอบคุณสวรรค์ที่โลกนี้มีน้ำมันฮ้อย อย่าลืมขึ้นเสียงสูงตรง"ฮ้อย" จะได้ความเมามันส์ในการเรียก
Miracle comes to life ! อร่อยมากกกกก
เอ้ออออออ กว่าจะได้กิน พิมพ์ซะนิ้วเป็นตะคริวแล้ววว
มาเตรียมของกัน เอาของที่ไปผัดวุ่นวายเมื่อกี๊มาตั้งไว้บนโต๊ะ
เตรียม sour cream , salsa, and Guacamole สุดอร่อยที่ทำไว้ เราซื้อมะกอกดำมาด้วยเลยเอากินด้วย
จากนั้นเอาแป้ง tortillas ใส่ไมโครเวฟให้ร้อน
***WARNING!! เข้าไมโครเวฟแค่ 30วิ เท่านั้น++ ถ้าเกินกว่านี้จะกรอบนะคะ ***
พอเอาออกมาจากไมโครเวฟแล้วรีบบรรเลงทันที ไม่งั้นแข็งอีก อารมรณ์เดียวกับอุ่นซาลาเปาในไมโครเวฟนั่นละจ้า
วางแป้งไว้ในที่เหมาะสม (จาน นั่นเอง) แล้วเนื้อสัตว์ที่ผัดไว้วางให้งาม ตามด้วย sour cream , salsa, and Guacamole ตามความนิยมของท่าน
จริงๆต้องกินกับชีสด้วย แต่เนื่องจาดไม่อยากเพิ่มไขมันและเปลืองเงินโดยไม่จำเป็นก็ไม่ได้ใส่
อุ้ย เกือบลืม ใส่ผักกาดแก้วด้วยน้า เพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร แถมยังเป็นตัวตักรสอันร้อนแรงของเครื่องปรุง mexican ได้อย่างดี
จากนั้นม้วนให้มิด ใครใส่เยอะก็จะพบว่าม้วนไม่ได้ แล้วมาโทษว่าแป้งแผ่นเล็ก 555
สุดท้าย ก็...อ้ามมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม อร่อย (โว้ยยยยย) อยากกรี๊ดเป็นภาษา mexican
ช้าน ทาม ด้ายยยย
งานนนี้มีผู้ร่วมชะตากรรมสี่ท่าน คือ ฝ้าย เจ งามเพ็ญ และบอนนี่
งามเพ็ญทำให้เราปลื้มใจมาก เพราะเธอจัดการไปซะ 2 แผ่น
มีความสุขจังเลยยยยย
ตอนนี้เราเลยมี Fajitas กินประทังชีวิตไปอีก 10 กว่าวันได้ (~ ~)"
เอาให้เบื่อ เอาให้เอียน กันไปเรยยยย
ใครอยากกินเดี๋ยวเอาไว้จะกลับไปทำให้กินจ้า รับรอง ไม่อร่อยให้เตะตูดไอ้เจเลยเอ้า !
ไปๆมาๆ สอนทำอาหารอีกแล้วสิเรา
October 20 เบื่อ โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยเบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมที่นี่มันน่าเบื่ออย่างงี้ พักนี้อากาศไม่ดี ฝนตกทุกวัน
ช่วงนี้ช่างเป็น the great depression ของชีวิตจริงๆ จะสอบมิดเทอมในอีกสองวัน
มีสามวิชา ตอนนี้ยังไม่ถึงไหนเลย(แล้วเสร่อมานั่งเล่นเนต) ก็จะให้ทำไงอ้ะ
มันอุดอู้ๆๆๆๆๆ แล้วพอเครียด ก็จบลงด้วยการกิน ตอนนี้อิ่มมากๆๆ นั่งประดิษฐ์ของกินใหม่
ไปเรื่อยๆ เช่น วันนี้อยู่ดีดีก็เอาหนมปังมาฉีกเป็นชิ้นเล็กแล้วราดนมถั่วเหลืองลงไป
ราด syrup ลงไปนิดหน่อยไม่ให้หวานแสบคอ...อร่อยเหลือเชื่อ!!!
ยิ่งถ้าเป็นขนมปังโฮลวีตแบบที่มี grain เยอะๆจะอร่อยเป็นพิเศษ
ใครว่างมากก็ลองทำดิ แอบนึกค้อน giant tiger ลดราคาหนมปังทำไมไม่รู้
เราเลยต้องซื้อมาเลย กินแล้วก็หยุดไม่ได้ เฮ้อ ชีวิต
ช่วงนี้ฮิตเป็น vegetarian เนื่องอยากอยากกินถั่ว (ซะงั้น)
เมื่อวานเลยไปซื้อถั่วกระป๋องมา ป๋องละ 79cents เอง ถูกซะ
ข้อดีของถั่วก็คือ fiber สูง ไขมันต่ำ แต่โปรตีนไม่เยอะเท่าพวก nuts
ข้อเสีย(อันยิ่งใหญ่)ของมันก็คือ ตด
โดยเฉพาะกับคนตูดไม่มีหูรูดอย่างเราแล้ว ฮึ่ฮึ่ฮึ่ คงไม่ต้องพูดถึง ตดเป็นระวิง
ว่าแล้วก็อยากกินถั่วจัง อยากลองทำ burrito จากถั่ว และอื่นๆอีกมากมาย
แต่ตอนนี้ไม่ว่างจริงๆ อีกอย่างนึงคือเปลืองด้วย
ต้องไปซื้ออุปกรณ์มากมาย ทุกวันนี้เล่นเนตก็เข้าไปดูแต่ตำราอาหารจนจะท่องได้อยู่แล้ว
เฮ้อออ อยากกลับบ้านไปกินอาหารที่มันเป็นอาหารจริงๆจังเลย
อีกตั้งหลายเดือนแน่ะ อยากไปไชน่าทาวน์ด้วย เมื่อไหร่จะสอบเสร็จ... เบื่อ(อีกรอบ) สอบที่นี่ weight มิดเทอมน้อยมาก แต่เนื้อหาที่สอบนี่เยอะบรม
ไม่สมเหตุสมผลเลย สอบเสร็จแล้วจะมาบอกว่าทำได้รึเปล่า เป็นการสอบที่ไม่ฟิตอย่างแรงๆ
ตื่นเต้นจังเลยยย
เพื่อนๆเป็นไงกันมั่ง ช่วงนี้เราชีวิตขาลงจริงๆ October 04 ไม่ได้มาตั้งนาน ลืมไปแล้วว่ามี Blog กะเค้าด้วย เอ่อออ ตอนนี้อยู่ OTTAWA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ขอท้าวความกลับไปยืดยาวละกัน มาถึงนี่ตั้งแต่ 28 สิงหา
ถึงตอนนี้ก็เดือนกว่าๆแล้ว หอพักที่อยู่มัน XXX มาก ห้องน้ำรวม ครัวรวม ตอนแรกนึกว่าจะทำใจไม่ได้ แต่สุดท้ายก็
ชินซะแล้ว
มาถึงแรกๆผอมเพรียวเชียว ไม่ค่อยกล้าซื้ออะไรนอกจากอาหารเป็นมื้อๆ (ตอนแรกต้องซื้อกินเพราะไม่มีตู้เย็น)
ตอนนี้ซิ อือเป็นหมูเชียว แงงงงงง ...กำลังทำโปรเจคสานฝัน(สานมานานและยังไม่เสร็จซะที)ลดความอ้วนอยู่
ตั้งแต่มายังไม่ได้ชั่งนน.เลย แถมสามสี่วันที่ผ่านมาดันป่วยอีกเลยเบี้ยวออกกำลังกายยาว ซ้ำร้ายยังแอบไปติดใจ
เนยถั่วกับแยมและ Baguette T-T รวมทั้ง creamcheese รสแซลมอนที่ Loeb ลดราคาเหลือ $.99 ++เศร้า++
แต่เหตุการณ์กำลังเปลี่ยนไป เมื่อวานเราเริ่มออกไปวิ่งที่ Rideau Canal เพราะอากาศไม่ค่อยเย็น สนุกมาก
วิ่งชม.นึงรู้สึกเวลาผ่านไปนิดเดียวจริงๆ ข้อดีของการวิ่งนอกสถานที่คือ น้ำมูกไม่ไหล แปลกจัง แต่พอวันนี้ไปวิ่งในยิม
มันมาตามสายเลยง่ะ
วันนี้ไปลองเข้าคลาส Group Fitness มา เป็น TBC=total body control โคตรหนุกไม่อยากจะบอก ตอนแรก
นึกว่าจะจิ๋มๆไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่จริงๆคือเหนื่อยมากๆ แถมมีตัวช่วยให้เหนื่อยยิ่งขึ้นคือน้ำมูกที่ไหลเป็นทาง แล้วมาต่อ
ด้วย Elliptical vud 40 นาที ขี้เกียจวิ่งแฮะวันนี้
แต่เหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวคือ..วันนี้จะชั่งนน..เพื่อที่เราจะได้มีอะไรให้ยึดเหนี่ยว ให้เห็นว่ามี progressหน่อย
ประเด็นคือเครื่องชั่งนน.เป็นหน่วย lbsซึ่งจริงๆมันทำให้เป็น kg ได้ แต่เราก็อ้ะ.. ลองดูก็ได้เว้ย ทันใดนั้น..กรี๊ดดดดดดด
ทำไมมันเยอะเงี้ยะ คือเราจับมันหารสอง แต่จริงๆแล้วต้องคูณ 0.453xxx ระหว่างทางกลับห้องก็คิดตลอด..ฉิบหายแล้ว
คราวนี้ ถ้านน.มันเป็นงั้ยจริงๆ แย่ๆแน่ๆๆๆ กลับถึงห้องเปิด google หาเว็บ converter ด่วน..เฮ่อออ ค่อยยังชั่ว
ขึ้นมาไม่เยอะมาก อยู่ใน acceptable range แล้วคอยดู ..วันนี้เมื่อปีที่แล้ว..เมื่อคราวที่แดจังกึมมาฉายครั้งแรก...จำได้ว่า
ดราหนักน้อยกว่านี้ห้าโลนี่หว่า ฮึ่ฮึ่ฮึ่...แล้วเลขนั้นจะกลับมาอีกครั้ง ...ที่นี่ ..Ottawa Ontario Canada K1N 9A8
555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
บ้าไปแล้ว จะบอกที่อยู่ทำไมฟระ .....สู้โฟร้ย
ป.ล. คำคมวันนี้ การลดน้ำหนักเป็นอะไรที่ยากที่สุดในโลก โดยเฉพาะตอนที่คุณขี้มูกไหล..ป้าขอคอนเฟิร์ม June 13 อยู่บ้านดีดีไม่ชอบ เสือกมารับน้องคราวนี้เสร็จล่ะมึง เฮือก เพิ่งกลับจากรับน้องเมื่อวาน เรากลับมาก่อนคนอื่นเพราะว่าพรุ่งนี้มีสอบ INTOPIA ซึ่งจริงๆไม่เห็นต้องกลับก่อนเลย เพราะตอนนี้ ซึ่งเป็นเวลา 20.00น. ข้าพเจ้าก็ยังมิได้อ่านเลย เสร็จล่ะมึง คราวนี้เสร็จละมึง
จากที่เคยบอกเว้นวรรึทางการกินไว้ ไอ้ตอนแรกๆน่ะทำได้ดีเชียว แต่ตอนนี้สิ ...มันกลับมาอีกแล้วววว โอ๊ย นี่แหละน้าที่เค้าบอกว่า ลดนน.น่ะง่าย แต่จะรักษานนไว้มันยากกว่าหลายเท่านัก ไปรับน้องนี่ก็กินอย่างยิ่งยวด จะบ้าตาย ขนมครกเค้าอร่อยมากกกกกเลยนี่นา แต่กินไปหลายชิ้นอยู่ คงไม่อยากกินไปอีกนานเลย
คราวนี้จะเว้นวรรค(เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้) เพื่อเตรียมพร้อมก่อนไป Ottawa ต้องรีบปรับเปลี่ยนวิธีกินให้เป็นแบบ healthy ไม่งั้นกลับมาเป็นหมูแน่ๆ ละลิตา
วันนี้ขี่จักรยาน วิ่ง และว่ายน้ำ สนุกดี หลังจากไม่ได้วิ่งไปหลายวัน แต่ตอนไปรับน้องไปวิ่งกะ David ที่ชายหาด เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกก พระเจ้าช่วยเหอะ เหนื่อยกว่าวิ่งธรรมดาสองเท่าเลย เพราะทรายมันนิ่มมาก วิ่งแล้วจม วันนั้นวิ่งไปร่วมสามกิโลได้ กลับมานี่เหงื่อแตกพลั่กๆเลย แค่ 20นาที เอง เท้านี่ด้านสุดๆไปเลย นึกว่าทรายจะสครับเท้าให้นุ่มเนียน ฮึ่ฮึ่
พูดถึง David เรายกย่องให้เป็น role model ในการรักษาสุขภาพจริงๆ เป็นคนที่ disciplined มากๆ จะไป fitness ทุกวันตอนบ่ายสอง ตอนเย็นไม่กินข้าว กินแต่ผลไม้ แล้ววันนึงดื่มน้ำเยอะมากๆ แล้วมันทำด้วยความเคยชินและเต็มใจด้วยนะ ไม่รู้สึกทรมานมั่งไง(วะ) ...ถ้าทุกคนทำได้อย่างเดวิด โลกนี้คงไม่มีคนอ้วน 555
เอ้าเว้ยยยย คนเราเริ่มใหม่ได้เสมอน่า คติประจำใจเลย อิอิอิ by the way ตอนไปรับน้องเราต้องไปก่อนสองวันกับพวกผู้ชายที่จะไปเตรียมอุปกรณ์รับน้อง ที่ต้องไปก่อนเพราะเราอยู่ระยองไงล่ะ ต้องไปอำนวยความสะดวก จากการคลุกคลีกับกระทาชายสองวันเต็ม เราสังเกตเลยว่า ผู้ชายกินน้อยกว่าผู้หญิง !! ถึงแม้ว่าในมื้อเค้าจะดูว่ากินมากกว่า แต่จริงๆแล้วไม่เลย เค้าจะไม่ค่อยกินจุบจิบกัน ซึ่งผิดกับอิสตรีอย่างมากๆๆๆ ผู้หญิงชอบกินนู่นกินนี่ กินได้เรื่อยๆทั้งวัน ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความอ้วนเลยทีเดียว ฮึ่ม น่าคิดนะ
เอิ๊ก เรื่อยเปื่อยซะยืดยาว ต้องไปอ่านหนังสือแล้วล่ะ ไม่งั้นพรุ่งนี้สอบตกแน่ ขอให้ทำได้เขียนลื่น ความคิดคล่องปรื๊ดด้วยเฮ้ออออ ซ้าธุ April 07 นายกละลิตา ประกาศกร้าว เว้นวรรคทางการกิน !!!โอ้ยยยยยยย โอ้ยยยยยยยยย
นานจริงๆ นานจริงๆที่ไม่ได้เข้ามาที่นี่ งานเยอะ+ขี้เกียจสุดๆ
ใครเคยเป็นบ้าง มีงานกองอยูเต็มไปหมด แต่ก็ไม่ยักกะหยิบขึ้นมาทำซักชิ้น
ตอนนี้มีเหตุการณ์เครียดประดังประเดมากมาย อาจเป็นเรื่องไร้สาระไปหน่อย..แต่ทำให้เราเครียดได้อย่างเหลือเชื่อ
นั่นก็คือ..น้ำหนักขึ้น.. อย่า อย่าเพิ่งบอกว่า ..อีกและ.. เพราะคราวนี้มันมาใหม่ใหญ่กว่าเดิม
ขอท้าวความก่อน เรื่องมีอยู่ว่า ตอนปิดเทอม 1 ไปเข้าค่ายที่เชียงใหม่ เราถูกรายล้อมด้วยขนมปี๊บนานาชนิด
esp.ขาไก่ตัวร้านที่ค่อยกัดกร่อนต่อมความอดทนเราตลอดเวลา และไม่ต้องสงสัย ..น้ำหนักขึ้น..
หลังจากนั้นเราก็ออกกำลังอย่างมากมายโดยไม่เคยชั่งนน.อีกเลย ช่วงนั้นฟิตมากๆ
แต่พอมาช่วงสอบมิดเทอมที่ผ่านมานี่ ป่วยด้วย เลยหาข้ออ้าง เบี้ยว ซะงั้น
เบี้ยวนาน + enjoy eating นน.ขึ้น
จะว่าไป ถ้าเราไม่ชั่งนน. เราก็ไม่ทุกข์เนาะ แต่มันมีเร่องจนได้ เพราะเราต้องไปหาหมอ
แล้วคุณพยาบาลก็ ..เชิญชั่งค่ะ.. ฮ่วย ทีนี้ล่ะลางร้ายเริ่มปรากฏ สิ่งที่กลัวไว้ก็เกิดขึ้นจริงๆด้วย
แต่ก็เฝ้าปลอบใจตัวเองว่า ชุดน.ศ.มันหนักน่า จริงๆไม่น่าจะเยอะเท่านั้น
แล้วเราก็ดำเนินชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยต่อไป ออกกำลังบ้าง ไม่ออกบ้าง เบี้ยวบ่อยกว่าช่วงฟิตๆ
จนเมื่อวันที่ 4 เมษา วันพิพากษาก็มาถึง เมื่อเราคิดจะชั่งนน. เพราะเมมีคนทักว่าอ้วนขึ้น ..เซ็ง..
ทีตอนผอมล่ะไม่ทักกันเข้าไป พออ้วนทีทักกันเกรียวเชียว ..นี่หรือมนุษย์..
มันเป็นนน.ที่มากที่สุดที่เราเคยเห็นบนตาชั่งที่มีเรายืนอยู่ข้างบนเลยทีเดียว
เยอะกว่าตอนที่ชั่งที่โรงพยาบาสลพร้อมชุดนักศึกษา (อาจจะ)เยอะกว่าตอนที่เราคิดว่าอ้วนที่สุดในชีวิต
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด มันเป็นไปได้อย่างไร
วันที่ 5 เราเลยตั้งใจมั่นมากๆ แล้วก็ทำสำเร็จ ถึงแม้วันนั้นเป็นวันที่เรากลับถึงระยอง 2ทุ่มครึ่ง เราก็ไปวิ่ง
ที่สวนศรีเมือง 16 รอบ เหนื่อยแทบขาดใจ รู้ว่าไม่ควรหักโหม แต่ใจมันรุ่มร้อน อยากจะให้มันลดเร็วๆเหลือเกิน
แต่วันที่ 6 ต้องไปไหว้เชงเม้ง ซึ่งมีโต๊ะจีน และของที่บรรดาญาติๆเอามาไหว้ เราได้ใช้ความพยามยามอย่างยิ่งยวด
ในการที่จะหักห้ามใจตัวเอง ..นั่น! ขนมนิ่มนวลที่ไม่ได้กินมารวมทศวรรษ ..นั่น! ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนที่ซิ้มแอนทำมา
บนโต๊ะจีนรึก็อุดมไปด้วยอาหารน่ากินมากมาย เราต้องมากินปลานึ่งมะนาว กับหอมใหญ่และมะเขือเทศในยำขาหมู
อร่อยนะ แต่มันอยากกินอย่างอื่นด้วยนิ่หว่า ราวกับว่าสมองคิดเรื่องกินอยู่ตลอดเวลา นี่แหละหนาที่เค้าว่ากันว่า
"ห้ามน้ำไม่ไหล ห้ามไฟไม่ให้มีควัน ห้ามอาทิตย์ ห้ามดวงจันทร์ หยุดแค่นั้นค่อยห้ามดวงใจ"
สุกท้ายต้องศิโรราบให้กับมะม่วงหิมพานต์ราว 1 กำมือ แล้วคืนโต๊ะจีนอันโหดร้ายก็จบลงด้วยรอบสนาม 15 รอบ
เฮ้อออ เหนื่อยยยยย แถมวันนี้ก็ตบะแตกอีก กินเยอะซะ แต่ที่สะใจคือได้กินดู๋ดี๋ แสบตชด. อร่อยซะ
น้ำซุปเป็นสีแดงราวกับเป็นทะเลพริกเลย สะใจ เผ็ดสุดในร้านและ แต่ยังไม่เทาร้านกะเหรี่ยงหน้ามหาลัย
อืมม..เจอเหตุการณ์สะเทือนใจ..ไปร้านตัดผม กะเปลี่ยนลุครับซัมเมอร์ ปรึกษาคนตัดเอาไงดี
เค้าบอกว่า ทรงนี้แหละดีแล้ว ความยาวระดับนี้ก็โอเค เพราะน้อง"ท้วมๆ"แค่ตัดให้เป็นทรงหน่อย
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ไม่น่าเชื่อว่าเราต้องเสียเงิน 400บ. เพื่อเพิ่มความเครียดให้กับตัวเอง
เราหมดอารมณ์จะบอกถึงความต้องการกับผมทรงใหม่ของเรา เชิญพี่ตัดตามซำบายเลย สรุป ออกมาเหมือน
ไม่ได้ตัดซักนิด เวง เสียดายตังค์นาโฟร้ยยยย
กลับมาก็เหนื่อยอ่อนเต็มทนเพราะนอนไม่หลับมาหลายวัน แต่ก็ใจแข็งไปขี่จักรยาน 1 ชม. อย่างน้อยก็ได้ออกกำลังน่ะ
พรุ่งนี้ค่อยฟิตใหม่ เฮ้อออ วันนี้กินไปเยอะจังเลย
รู้สึกหมดกำลังใจยังไงไม่รู้
แต่เคยมีนะ ช่วงนึง ไม่อยากกินไรเลย ผอมฮวบๆ
ตอนนี้ต้องมาหักดิบ ห้ามเข้า pantip โต๊ะอาหารการกิน ...จากที่เคยเข้าอยู่วันละ 2 ครั้ง
แต่ไม่ล่ะ เราจะไม่เห็นยัยท้วมแน่นอน คอยดูเหอะ จะยากแค่ไหนกันเชียวฟระ ลดความอ้วน (ยาก)
คือจริงๆมันอาจไม่ยากขนากนั้นป้ะ แต่เราอยากให้มันลดได้เร็วๆน่ะ ใจร้อน ตอนมันขึ้นก็ใช้เวลาไม่น้อยน่ะ
สู้เหอะ ยังไงก็สู้ สัญญาว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องลดความอ้วนแบบสุดๆ หลายๆกิโลแบบนี้
สู้โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย ใครมาอ่านช่วยลงชื่อเป็นสักขีพยานให้ด้วย จักขอบคุณยิ่ง
ป.ล. ถ้าจะลด "ไขมัน" ให้ได้ 1 kg ต้องลดพลังงานที่กิน 7000 Kcal February 16 ชูสุขภาพ 2..DuenJang ผัดแห้งวันนี้ตื่นเต้นจัง จะมีสัมภาษณ์เพื่อไป exchange นอนไม่ค่อยหลับเลย ตื่นมาตั้งแต่ 6 โมง(จริงๆหลับๆตื่นๆทั้งคืน) ทั้งๆที่มีเรียนตั้ง 9 โมงครึ่ง ได้เรื่องละสิทีนี้ เปิดตู้เย็นตามเคย..
มี Baby Broccoli อยู่แพคนึง เจ้านี่ไม่เหมือน Broccoli ทั่วไป เพราะเป็นพันธุ์ผสมระหว่าง Broc และคะน้า
อร่อยดีเหมือนกัน แล้วก็แครอทที่เหลือจากการทำ watercress เมื่อวาน อืมๆๆ ลองทำสปาเก็ตตี้ดีกว่า
ว่าแล้วก็จัดการเอาสปาเก็ตตี้มาต้มซะ เคยอ่านหนังสือเค้าบอกว่ามันไม่มีเวลาที่แน่นอนว่าควรต้มนานเท่าไหร่ ใช้ชิมเอาดีที่สุด ต้องให้ตรงกลางเส้นเป็นไตๆซัก"นิด"นึง เพราะเราต้องเอาลงไปผัดอีกรอบ ถ้าเส้นสุกไปเวลาผัดจะเละ ไม่อร่อย อ่า เส้นเรา Al Dente แล้ว เอามาพักไว้ก่อน ไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ แต่รู้สึกว่าวันนี้เส้นนี่อร่อยจริงๆ กำลังดีเลย หรือเป็นเพราะเปลี่ยนยี่ห้อหว่า จากนั้นก็ตามเสต็ปเดิม ใส่หัวหอมสับกับแครอทลงไปผัดให้นิ่ม ตามด้วย baby broc ที่หั่นเป็นท่อนเล็กๆ เติมน้ำนิดนึงเพราะเรากำลังจะใส่ miso paste (หากอนอยู่กับของไม่กี่อย่างเนี่ยแหละ เฮ้อ มันจะหมดอายุนี่นา) ใส่มิโซะแล้วก็ผัดต่อไป
แต่คราวนี้ขอพิเศษนิดนึง เราจะใส่พริกเผาของเกาหลีที่เรียกว่า โคชูจัง ลงไปด้วย ส่วนใหญ่โคชูจังนี่จะใช้ใส่ในบิบิมบับ หรือ ข้าวยำเกาหลี แต่เค้าก็เอามาทำอย่างอื่นเหมือนกัน เช่นใส่ในน้ำซุป ..อืมม เกาหลีเค้าก็มีซุปเจ๋งๆของเค้าเหมือนกัน รสชาติคล้ายๆมิโซะซุปของพี่ยุ่น แต่ทว่ามีรสเปรี้ยวและเผ็ดนิดหน่อยจากเจ้าโคชูจังนี่ เรียกว่า DuenJang Jikae เค้าเรียก miso paste ว่า duenjang นั่นเอง ในซุปเค้าจะใส่ ซุกินี เต้าหู้ แล้วก็หอย หอยลายนี่แหละ ลองทำเองดูก็ได้อร่อย(เกือบ)เหมือนกับที่ร้าน (ร้านขายตั้ง 170บ. ถ้วยตึ๋งนึง เคือง)
จากไอเดีย duenjang นี้เราก็เลยมาประยุกต์ใส่สปาเก็ตตี้ของเราด้วยการใส่โคชูจังตามมิโซะไป ส่วนผสมต่างๆแหวกว่ายเริงร่าอยู่ในกระทะ ถ้าน้ำแห้งก็ใส่น้ำไปหน่อย ใส่ทูน่าในน้ำเกลือลงไป ใครไม่กลัวอ้วนใส่ทูน่าในน้ำมัน เนื้อมันจะนุ่มกว่าในน้ำเกลือ เราใส่พริกไทยกับพริกป่นลงไปด้วย เพราะชอบกินเผ็ดๆ คนอีกซัก 1 นาทีก็ได้มื้อเช้าที่ง่ายและรวดเร็วสุดๆแล้ว.....อืมมมมม อร่อยจังเลย พักนี้อาหารจะมีแต่สีเดิมๆ คือโทน เขียว ส้ม เพราะเราต้องทยอยใช้ส่วนผสมที่มีอยู่ให้หมด อยู่ในตู้เย็นนานๆวิตามินหายหมด กลายเป็นก้อนไฟเบอร์หลากสีสันไป
การที่เรามีเครื่องปรุงจำกัดแบบนี้ก็ดี เหมือนโจทย์ที่มาให้เราแก้ทุกวัน จะทำยังไงที่จะสร้างรสชาติที่แตกต่างจากเครื่องปรุงเดิมๆได้ การทำอาหารมันก็สนุกตรงนี้ เหมือนเป็นศิลปะ ให้เราได้ใช้จินตนาการ อร่อยหรือไม่อร่อยก็ไม่เป็นไร เรากินเองนี่นา(แต่ส่วนใหญ่ก็อร่อยแหละน่า แหม ทำเองทั้งที) แถมยังมั่นใจได้ว่าอาหารที่เราทำเองมันสะอาดกว่าไปกินตามร้านตั้งเยอะ ใครลองทำอะไรแล้วมาเล่าให้ฟังบ้างก็ได้นะจ๊ะ
แหม! มัวแต่ทำอาหารชูสุขภาพไปมา ลืมอ่านหนังสือเลย 555 เดี๋ยวสุขภาพดีอย่างเดียวแล้วสอบตกจะเดือดร้อน พูดแล้วก็ท้อแท้ ตั้งแต่มาเรียนบีบีเอนี่อ่านหนังสือหนักกว่าสอบเอนทรานซ์อีก เหนื่อยจัง
สาธุ _/l\_ขอให้การสัมภาษณ์วันนี้ผ่านไปด้วยดีเฮอะ ..อยากไป February 15 เมนูชูสุขภาพวันนี้ได้ฤกษ์การดำเนินชีวิตแบบ Healthy แต่ก็พังครืนลงไปตั้งแต่เช้า ไม่เป็นไร เริ่มเที่ยงก็ได้(ฟระ)
เดชะบุญที่วันนี้อยู่บ้าน ไม่มีเรียน เลยลองเอาปลาตาเดียวที่หม่าม้าซื้อมาจาก golden place มาลองทำอะไรหน่อย
กุลีกุจอเอาปลาออกมาจาก freezer ให้มันอยู่ในอุณหภูมิห้อง แล้วก็จัดการใส่เครื่องเทศที่มีอยู่ทั้งหมด --" อันได้แก่ thyme, rosemary,chilli, salt & pepper เท่านั้นยังไม่พอ ใส่ rice vinegar ลงไปด้วย เพราะเห็นบางทีเวลาหมักปลาเค้าจะชอบใส่กัน แต่ทำออกมาไม่ยักกะเปรี้ยวแฮะ แต่หอมๆดี จากนั้นก็หมักทิ้งไว้ในตู้เย็นแล้วไปอ่านหนังสือ
มาจะกล่าวบทไป ถึงการอ่าน Management Accounting ในวันนี้....ไม่รู้เรื่องเลยยยยพระเจ้าช่วย เสียเวลาไปครึ่งวันเต็มๆกับการอ่านแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น เดี๋ยวบ่ายเอาใหม่ ไม่เป็นไร สู้โว้ยย
อ่า เที่ยงแล้วจ้า เปิดตู้เย็นชั้นล่างดูหน่อยว่ามีผักอะไรเหลืออยู่บ้าง อุ๊อุ๊ มี watercress อยู่ถุงนึงด้วยแฮะ แต่เอาไว้ทำไรหว่า เปิดเนตดูหน่อยดีกว่า..อิอิ ได้ฤกษ์เปิดคอมเป็นครั้งแรกของวัน ..เข้าเวบ watercress.co.uk เอ๊ะมีเวบนี้ในโลกด้วย แปลกดี มีทุกอย่างเกี่ยวกะเจ้าวอเทอร์เครสนี่ เค้าบอกว่าเอามาทำได้ทุกอยู่ ซุป สลัด ผัด ต้มยำ ทำแกง แต่เราว่าเอามาทำสลัดไม่น่าจะเข้าท่าเพราะก้านมันแข็งจังเลย ปิ๊งไอเดีย เอามาผัดแล้วโปะตาปลาตาเดียวดีกว่า
ไปอัญเชิญนังตาเดีวออกมาจากตู้เย็น แล้วจับลงกระทะซะ เนื่องจาดเป็นเมนูชูสุขภาพ ใส่น้ำมันมะกอกลงไป 2 หยด จะได้ไม่ติดกระทะ ..ปลาตาเดียวนี่ดี เป็น fillet ที่บาง ไม่เหมือนปลากระพงหรือปลาเก๋าที่กว่าจะสุกลุ้นแทบตาย ยืนทอดจนเส้นเลือดขอดนั่นแหละ อิอิ พลิกไปพลิกมาแป๊บเดียวน้องตาเดียวก็ได้ไปนอนอยู่ในจานแล้ว
ต่อไปเป็นการผัดวอเทอร์เครส เอาหัวหอมสับกับแครอทลงไปวาดลวดลายในกระทะ น้ำมันไม่ต้องใส่เพราะยังมีติดๆกระทะอยู่ตอนทอดปลา พอมันนิ่มตามความต้องการแล้ว เติมน้ำลงไปนิดนึงเพราะเราจะใส่มิโซะลงไป จะเป็น miso paste ที่ใช้ทำซุปมิโวะทั่วไป เวลาไปซื้อต้องดูดีๆ ของไทยทำเองถูกสุด 30บ. ของญี่ปุ่นแพงราวจะกรีดเนื้อเถือหนัง ราคาไม่ต้ำกว่าร้อยบาท ..อ้ะ ใส่มิโซะลงปายย คนๆให้มันละลายไปกับสายน้ำ แล้วก็ใส่วอเทอร์เครสไป ผัดให้สลดซักหน่อยแล้วใส่ซีอิ๊วญี่ปุ่น..หอมจังเลย แล้วก็ผัดจนมันเกือบนิ่ม อย่าผัดนาน เดี๋ยววิตามินหายหมด
...ตดยังไม่ทันหายเหม็นก็ได้ผัดวอเทอร์เครสแล้ว เหยาะน้ำมันงาลงไปนิดนึง นิดเดียวจริงๆ จะได้กลิ่นรสที่เป็นเอเชียมากขึ้น เอาขึ้นมาจากกระทะแล้วราดลงไปบนปลาตาเดียวที่นอนแกร่วอยู่ น้องปลาสะดุ้งเล็กน้อยพอเป็นพิธี
ไม่น่าเชื่อว่าเครื่องเทศฝรั่งกับมิโซะของเอเชียจะเข้ากันได้เดป้นปี่เป็นขลุ่ยเยี่ยงนี้ ...อร่อยจริงๆนะเออ
เอวังด้วยประการฉะนี้แล ยังมีปลาตาเดียวเหลือีก 3 ชิ้น เอาไว้ทำอะไรอีกจะมาบอกกัน
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|